วันอาทิตย์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2553
วันพฤหัสบดีที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2553
ดอกอารัยเอ่ย..........เพื่อนๆ....ทายดูดิ
คาร์เนชั่น สีแดง : เป็นดอกไม้ที่สื่อว่า “เห็นใจในความรักของฉันที่มีต่อเธอบ้าง” เป็นลูกออดอ้อนให้ใจอ่อน
สีชมพูหวาน : เป็นดอกไม้ที่สื่อว่า “ความรักของฉันกำลังจะผลิบาน โปรดถนอมหัวใจรักฉันด้วย”
คาร์เนชั่นลาย : ดอกไม้สำหรับปฏิเสธใครที่มาตามตื้อ ต้องรีบส่งไปเพราะมันหมายถึง “ไม่ได้คิดอะไรด้วยเลย”
คาร์เนชั่นที่ถูกดึงกลีบดอกออกไป : เป็นดอกไม้สำหรับการปฏิเสธความรักโดยสิ้นเชิง ประมาณว่า “ฉันไม่เคยคิดรักเธอเลย”
ดอกคาร์เนชั่นงัย
อ่านแล้วต้อง...ลั่ลล้า...กัลน๊ะ...
ลั่ลล้า...ลั่ลล้า...
เราอาจดูเหมือนผู้หญิงลั่ลล้า
ที่ใครเข้าตาก็แจกรักให้
ทุกคำว่ารักขาดความจริงใจ
แค่เพียงพูดไปเพราะต้องการครอบครอง"
แต่กับเธอวันนี้มันไม่ใช่
เพราะเธอเป็นคนเดียวในใจไม่มีสอง
เป็นรักแท้ที่ไม่ใช่ตัวสำรอง
พร้อมให้เธอเป็นเจ้าของทั้งหัวใจ
คนนี้...อ้อม...หวงน๊ะ
ประวัติของ ริท เดอะสตาร์6
เกิด : 20 มิถุนายน 2533
ภูมิลำเนา : ร้อยเอ็ด
ส่วนสูง : 170 ซม.
น้ำหนัก : 55 กก.
การศึกษา : ชั้นปีที่ 1 คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
อุปนิสัย : ร่าเริง สดใส สนุกสนาน ขำขัน
คติประจำใจ : ทำวันนี้ให้ดีที่สุด
แนวเพลง : POP สนุกสนาน
แนวหนัง : Fantacy
สถานที่เที่ยว : ทะเล สวนสนุก
อาหารโปรด : ข้าวผัดไม่ใส่ผัก ข้าวมันไก่ ข้าวหมูทอด
ศิลปินคนโปรด : บี้ The Star
นักแสดงที่ชื่นชอบ : บี้ The Star
ร๊าก.....ริทที่สุดเลยน๊ะ....
วันพุธที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2553
เจ็บแล้ว...ต้องจัม...
กฏของการเป็น....แฟนเก่า
แฟนเก่าคือ คนที่ในอตีดเค้าคือ นางฟ้าหรือฮีโร่ ในใจคุณ
แต่ปัจจุบันเค้าคือ นางปีศาสร้ายหรือนายยมฑูต
แฟนเก่าคือ คนที่คุณเคยคิดว่าเค้าน่ารักที่สุด(ในสายตาคุณ)
แต่ปัจจุบันเค้าคือ...(แล้วแต่จะคิดค่ะ)ทั้งๆที่หน้าตาก้อไม่ได้เปลี่ยนไปเลย
แฟนเก่าคือ คนที่คุณเคยอยากเห็นหน้าเค้ามากที่สุด
แต่ปัจจุบันเค้าคือคนที่คุณเห็นหน้าแล้วอยากจะเดินเข้าไปตบ/ต่อยซักที
แฟนเก่าคือ คนที่คุณเคยคิดถึงมากที่สุด
แต่ปัจจุบันเค้าคือคนที่ใครพูดถึงให้คุณได้ยินแล้วอยากจะเดินข้าไปด่า
แฟนเก่าคือ คนที่เคยสอนให้คุณรู้จักคำว่ารัก
แต่ปัจจุบันเค้าคือคนที่สอนให้คุณรู้จักคำว่าเกลียด
แฟนเก่าคือ คนที่เวลาหนังเข้าคุณจะนึกถึงเค้าเป็นคนแรก
แต่ปัจจุบันเค้าคือคนที่ทำให้คุณไม่อยากดูภาคต่อไปของหนังเรื่องนั้น
แฟนเก่าคือ คนที่ทำให้คุณมองโลกสดใส(สีชมพู)
แต่ปัจจุบันเค้าคือคนที่ทำให้คุณฟังเพลงอกหักได้เพราะขึ้น
แฟนเก่าคือ คนที่ทำให้คุณอยากไปโรงเรียน(อยากเจอกันทุกวัน)
แต่ปัจจุบันเค้าคือคนที่ทำให้คุณไม่อยากไปโรงเรียน(ไม่อยากเจอหน้ามัน)
แฟนเก่าคือ คนที่สอนให้คุณเข้าใจสัจธรรมของคำว่าเข้าใจกันและกัน
แต่ปัจจุบันเค้าคือคนที่สอนให้คุณเข้าใจสัจธรรมของคำว่าเลิกลา
แฟนเก่าคือ คนที่เคยเป็น "แฟนฉัน"
แต่ปัจจุบันเค้าคือ "แฟนคนอื่น"
แฟนเก่าคือ คนที่ทำให้คุณหัวเราะได้
แต่ปัจจุบันเค้าคือ คุณที่ทำให้คุณรู้จักคำว่า 'เหงา'
แฟนเก่าคือ คนที่คุณเคยรัก
แต่ปัจจุบันเค้าคือ คนที่ทำให้คุณคิดว่า 'เคยรักมันไปได้ยังไง' (เห็นธาตุแท้)
แฟนเก่าคือ คนที่คุณเคยคิดว่าอยากอยู่ด้วยกันตลอดไป
แต่ปัจจุบันเค้าคือ คนที่ทำให้คุณคิดว่า 'เคยอยู่กับมันไปได้ยังไง' (เบื่อหน้ามัน)
แฟนเก่าคือ คนที่ทำให้คุณมีความสุขกับความรัก
แต่ปัจจุบันเค้าคือ คนที่ทำให้คุณเข็ดกับการมีความรัก/หาใหม่ให้ได้ดีกว่านี้
แฟนเก่าคือ คนที่คุณเคยเบื่อที่จะตอบคำถาม ไปไหนมา ไปกับใคร ไปที่ไหน ไปทำไม
แต่ปัจจุบันเค้าคือ คนที่คุณรอคอยว่าสักวันเค้าจะกลับมา
แฟนเก่าคือ คนที่คุณเคยพูดถึงเสมอว่า เบื่อ
แต่ปัจจุบันถ้าคุณยังพูดถึงเค้าเสมอนั้นหมายถึงว่า คุณยังลืมเค้าไม่ลง
และสุดท้ายถ้าคุณเข้ามาอ่านบทความ 'แฟนเก่า' นี้นั้นแสดงว่าคุณ ยังคิดถึงเค้าอยู่
เรื่อง เค้ก... เค้ก...
เค้กช็อกโกแลต
ช็อคโกแลต ขนมหวานแห่งเทพเจ้าและวันวาเลนไทน์ วันนี้ แม่อบเชยมีเรื่องเล่าอีกแล้วค่ะ ก็คงไม่พ้นเรื่องในรั้วในวังนะคะ แม้ว่า คราวนี้จะเป็นวัง "บัคกิ้งแฮม" ประเทศอังกฤษโน่นก็ตาม ความจริงมันเป็นเรื่องเศร้าเคล้าน้ำตานิดหน่อย แต่ก็มีปลื้มปีติอยู่ลึกๆ นะคะ คือว่าวันที่เลดี้ไดอาน่า ได้ตัดสินพระทัยที่จะแยกทางกับเจ้าฟ้าชายชาร์ลสและมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการจบลงแล้วนั้น ด้วยสำนึกของความเป็นแม่ก็ห่วงความรู้สึกของเจ้าฟ้าน้อยๆ สองพระองค์เหลือหลายจึงตรงดิ่งไปหาลูกที่โรงเรียนเพื่อปลอบโยนและอธิบายข้อเท็จจริงให้ฟัง แต่ทันทีที่เลดี้ไดอาน่าทรุดตัวลงนั่งเพื่อกอดลูกน้อยไว้นั้น ลูกกลับยื่นช็อคโกแลตมาให้หนึ่งแท่งและพูดว่า "เผื่อมันจะให้แม่รู้สึกดีขึ้นนะฮะ " คนเล่าไม่ได้บอกว่า เลดี้ไดอาน่าร้องไห้ไหม แต่แม่อบเชยเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังทีไร ซาบซึ้งน้ำตาพาลจะไหลทุกที แต่คนฟังมักเข้าใจไปว่า ที่น้ำตาจะรินหลั่งนั้นเป็นเพราะอยากกินช็อคโกแลตเสียมากกว่า…เศร้าแท้ๆ ค่ะ
ช็อคโกแลตแสนอร่อยและกลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ที่เคียงข้างไปกับดอกกุหลาบช่อโตสำหรับของขวัญวันวาเลนไทน์จากคนรักสู่คนรักนั้นมีความเป็นมา อย่างไร ประวัติยาวไกลหลายหมื่นลี้ค่ะ มีมานานมากแล้ว ถ้าเปรียบเทียบแบบไทยๆ เราก็คงเรียกว่า ตั้งแต่สมัยพระเจ้าเหาโน่นเลยแหละค่ะ
"ช็อคโกแลต" ค้นพบครั้งแรกเมื่อ 4000 ปีที่แล้ว ในอาณาจักร Aztec และ Maya ซึ่งเป็นเครื่องดื่มที่ผสมขึ้นมาจากเมล็ดของต้นโกโก้ และเรียกชื่อว่า Cocoatl ซึ่ง Emperor Montezuma นิยามว่าเป็นเครื่องดื่มจากสรวงสวรรค์เลยทีเดียว เมื่อปี 1528 เป็นปีที่สเปนมีชัยชนะต่ออาณาจักร Aztec และ Maya จึงได้นำ Cocoatl กลับไปยังสเปนด้วยและเรียกชื่อใหม่ว่า cho-co-LAH-tay
และในปี 1615 ช็อคโกแลตก็ได้เผยโฉมต่อสังคมของอายรธรรมใหม่ครั้งแรก ในงานสมรสของเชื้อพระวงศ์แห่งฝรั่งเศสและจากนั้นก็จึงแพร่หลายเข้าสู่อังกฤษ ในเวลาต่อมา ในปี 1765 ช็อคโกแลตได้เดินทางไกลอีกครั้งไปสู่สหรัฐอเมริกาโดยการชักนำเข้าสู่วงการของ John Hanan ซึ่งได้รับความร่วมมือจาก Dr. James Baker ในด้านการวิจัยและการผลิต ไม่นานโรงงานผลิตช็อคโกแลตก็ได้ถือกำเนิดขึ้นเป็นครั้งแรกที่ประเทศอเมริกานั่นเอง ในช่วงแรกๆ นั้นผู้ที่จะได้ลิ้มรสช็อคโกแลตจะเป็นเพียงผู้สูงศักดิ์หรือ ระดับเศรษฐีเท่านั้นเพราะว่าราคาแพงมากและถือเป็นของหายากชนิดหนึ่ง
แต่เมื่อ เข้ามาสู่ยุคอารยธรรมใหม่ มีการปฏิวัติในฝรั่งเศสทำให้ระบบศักดินาล่มสลายลง และช็อคโกแลตก็เข้าถึงประชาชนทั่วไปมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อวิทยาศาสตร์ การแพทย์ค้นพบว่า ช็อคโกแลตสามารถรักษาอาการเกี่ยวกับช่องท้องได้ ทำให้ เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายยิ่ง ขึ้นช่วงแรกนั้นช็อคโกแลตยังไม่ได้มีส่วนประกอบมากมายอย่างที่เราเห็นในปัจจุบัน ยังคงเป็นเพียงแท่งโกโก้เท่านั้น
แต่เมื่อมีการค้นคว้ามากขึ้นก็สามารถบรรจุส่วนผสมต่างๆ ลงไปได้มากขึ้น เช่น นมผง ครีม คาราเมล หรือ อัลมอนด์ ทำให้ช็อคโกแลตมีรสชาติที่หลากหลายและเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายมาจนบัดนี้ ปัจจุบันนี้เรายกย่องกันว่าประเทศเบลเยี่ยมนั้นเป็นแหล่งผลิตช็อคโกแลต ที่ดีที่สุดในโลก คนที่ทำหน้าที่ในการผลิตช็อคโกแลตนั้นได้รับการยกย่องว่า เป็นช่างฝีมือประจำชาติเลยทีเดียว น่ายินดีนะคะนอกจากจะเป็นประเทศที่ ผลิตระฆังได้ดีที่สุด (เบลล์=ระฆัง) แล้ว ก็ยังผลิตช็อคโกแลตได้เป็นเยี่ยมอีกอย่าง หนึ่งด้วยจากตำนานของช็อคโกแลตที่นาวนานหลายพันปีนั้น ยังไม่เห็นว่าจะมีส่วนใด มาเกี่ยวข้องกับวันวาเลนไทน์ซึ่งเป็นวันสิ้นชีวิตของ St. Valentine ผู้ที่ศรัทธา ในความรักมากกว่าสงครามเลย เพราะก่อนที่ท่านจะสิ้นลมหายใจ ท่านก็ได้มอบเพียง การ์ดใบเดียวพร้อมคำว่า "Love From Your Valentine" เท่านั้นเอง ไม่มีช็อคโกแลตแนบไปด้วยแต่อย่างใด แต่ทั้งนี้ก็อาจจะเป็นได้ว่า เนื่องจาก ในยุคโรมันที่นักบุญวาเลนไทน์ได้เสียชีวิตนั้น ช็อคโกแลตยังเป็นของหายากจึงเป็น สิ่งที่มีค่าที่คนรักจะมอบแทนใจให้กันได้ จึงส่งไปพร้อมการ์ดและดอกไม้ ซึ่งสื่อความหมายของความรักมาแต่ไหนแต่ไรแล้วก็ได้ และอาจจะรวมไปถึง การที่ช็อคโกแลตเคยเป็นสัญลักษณ์ของ เสรีภาพ มิตรภาพ และสันติภาพ ในช่วงที่ สงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลงด้วยก็ได้
ช็อคโกแลต ขนมหวานแห่งเทพเจ้าและวันวาเลนไทน์ วันนี้ แม่อบเชยมีเรื่องเล่าอีกแล้วค่ะ ก็คงไม่พ้นเรื่องในรั้วในวังนะคะ แม้ว่า คราวนี้จะเป็นวัง "บัคกิ้งแฮม" ประเทศอังกฤษโน่นก็ตาม ความจริงมันเป็นเรื่องเศร้าเคล้าน้ำตานิดหน่อย แต่ก็มีปลื้มปีติอยู่ลึกๆ นะคะ คือว่าวันที่เลดี้ไดอาน่า ได้ตัดสินพระทัยที่จะแยกทางกับเจ้าฟ้าชายชาร์ลสและมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการจบลงแล้วนั้น ด้วยสำนึกของความเป็นแม่ก็ห่วงความรู้สึกของเจ้าฟ้าน้อยๆ สองพระองค์เหลือหลายจึงตรงดิ่งไปหาลูกที่โรงเรียนเพื่อปลอบโยนและอธิบายข้อเท็จจริงให้ฟัง แต่ทันทีที่เลดี้ไดอาน่าทรุดตัวลงนั่งเพื่อกอดลูกน้อยไว้นั้น ลูกกลับยื่นช็อคโกแลตมาให้หนึ่งแท่งและพูดว่า "เผื่อมันจะให้แม่รู้สึกดีขึ้นนะฮะ " คนเล่าไม่ได้บอกว่า เลดี้ไดอาน่าร้องไห้ไหม แต่แม่อบเชยเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังทีไร ซาบซึ้งน้ำตาพาลจะไหลทุกที แต่คนฟังมักเข้าใจไปว่า ที่น้ำตาจะรินหลั่งนั้นเป็นเพราะอยากกินช็อคโกแลตเสียมากกว่า…เศร้าแท้ๆ ค่ะ
ช็อคโกแลตแสนอร่อยและกลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ที่เคียงข้างไปกับดอกกุหลาบช่อโตสำหรับของขวัญวันวาเลนไทน์จากคนรักสู่คนรักนั้นมีความเป็นมา อย่างไร ประวัติยาวไกลหลายหมื่นลี้ค่ะ มีมานานมากแล้ว ถ้าเปรียบเทียบแบบไทยๆ เราก็คงเรียกว่า ตั้งแต่สมัยพระเจ้าเหาโน่นเลยแหละค่ะ
"ช็อคโกแลต" ค้นพบครั้งแรกเมื่อ 4000 ปีที่แล้ว ในอาณาจักร Aztec และ Maya ซึ่งเป็นเครื่องดื่มที่ผสมขึ้นมาจากเมล็ดของต้นโกโก้ และเรียกชื่อว่า Cocoatl ซึ่ง Emperor Montezuma นิยามว่าเป็นเครื่องดื่มจากสรวงสวรรค์เลยทีเดียว เมื่อปี 1528 เป็นปีที่สเปนมีชัยชนะต่ออาณาจักร Aztec และ Maya จึงได้นำ Cocoatl กลับไปยังสเปนด้วยและเรียกชื่อใหม่ว่า cho-co-LAH-tay
และในปี 1615 ช็อคโกแลตก็ได้เผยโฉมต่อสังคมของอายรธรรมใหม่ครั้งแรก ในงานสมรสของเชื้อพระวงศ์แห่งฝรั่งเศสและจากนั้นก็จึงแพร่หลายเข้าสู่อังกฤษ ในเวลาต่อมา ในปี 1765 ช็อคโกแลตได้เดินทางไกลอีกครั้งไปสู่สหรัฐอเมริกาโดยการชักนำเข้าสู่วงการของ John Hanan ซึ่งได้รับความร่วมมือจาก Dr. James Baker ในด้านการวิจัยและการผลิต ไม่นานโรงงานผลิตช็อคโกแลตก็ได้ถือกำเนิดขึ้นเป็นครั้งแรกที่ประเทศอเมริกานั่นเอง ในช่วงแรกๆ นั้นผู้ที่จะได้ลิ้มรสช็อคโกแลตจะเป็นเพียงผู้สูงศักดิ์หรือ ระดับเศรษฐีเท่านั้นเพราะว่าราคาแพงมากและถือเป็นของหายากชนิดหนึ่ง
แต่เมื่อ เข้ามาสู่ยุคอารยธรรมใหม่ มีการปฏิวัติในฝรั่งเศสทำให้ระบบศักดินาล่มสลายลง และช็อคโกแลตก็เข้าถึงประชาชนทั่วไปมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อวิทยาศาสตร์ การแพทย์ค้นพบว่า ช็อคโกแลตสามารถรักษาอาการเกี่ยวกับช่องท้องได้ ทำให้ เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายยิ่ง ขึ้นช่วงแรกนั้นช็อคโกแลตยังไม่ได้มีส่วนประกอบมากมายอย่างที่เราเห็นในปัจจุบัน ยังคงเป็นเพียงแท่งโกโก้เท่านั้น
แต่เมื่อมีการค้นคว้ามากขึ้นก็สามารถบรรจุส่วนผสมต่างๆ ลงไปได้มากขึ้น เช่น นมผง ครีม คาราเมล หรือ อัลมอนด์ ทำให้ช็อคโกแลตมีรสชาติที่หลากหลายและเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายมาจนบัดนี้ ปัจจุบันนี้เรายกย่องกันว่าประเทศเบลเยี่ยมนั้นเป็นแหล่งผลิตช็อคโกแลต ที่ดีที่สุดในโลก คนที่ทำหน้าที่ในการผลิตช็อคโกแลตนั้นได้รับการยกย่องว่า เป็นช่างฝีมือประจำชาติเลยทีเดียว น่ายินดีนะคะนอกจากจะเป็นประเทศที่ ผลิตระฆังได้ดีที่สุด (เบลล์=ระฆัง) แล้ว ก็ยังผลิตช็อคโกแลตได้เป็นเยี่ยมอีกอย่าง หนึ่งด้วยจากตำนานของช็อคโกแลตที่นาวนานหลายพันปีนั้น ยังไม่เห็นว่าจะมีส่วนใด มาเกี่ยวข้องกับวันวาเลนไทน์ซึ่งเป็นวันสิ้นชีวิตของ St. Valentine ผู้ที่ศรัทธา ในความรักมากกว่าสงครามเลย เพราะก่อนที่ท่านจะสิ้นลมหายใจ ท่านก็ได้มอบเพียง การ์ดใบเดียวพร้อมคำว่า "Love From Your Valentine" เท่านั้นเอง ไม่มีช็อคโกแลตแนบไปด้วยแต่อย่างใด แต่ทั้งนี้ก็อาจจะเป็นได้ว่า เนื่องจาก ในยุคโรมันที่นักบุญวาเลนไทน์ได้เสียชีวิตนั้น ช็อคโกแลตยังเป็นของหายากจึงเป็น สิ่งที่มีค่าที่คนรักจะมอบแทนใจให้กันได้ จึงส่งไปพร้อมการ์ดและดอกไม้ ซึ่งสื่อความหมายของความรักมาแต่ไหนแต่ไรแล้วก็ได้ และอาจจะรวมไปถึง การที่ช็อคโกแลตเคยเป็นสัญลักษณ์ของ เสรีภาพ มิตรภาพ และสันติภาพ ในช่วงที่ สงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลงด้วยก็ได้
ผิดมั้ยอะ...ที่แอบรัก...
อาการของคน....แอบรัก.....
ฉันชอบความรู้สึกของการได้ "แอบรัก" ใครซักคน
หนึ่งชีวิตของคนเราถ้าได้รู้สึกถึง... "ความรักแบบไม่ครอบครอง" บ้าง ก้อคงจะดีไม่น้อย
โลกคงไม่วุ่นวายไม่ยื้อแย่งไม่ครอบครอง
และความรักก้อคงจะไม่ "เห็นแก่ตัว" อย่างที่ดำเนินอยู่
ขึ้นชื่อว่า "แอบรัก" แล้วล่ะก้อ...
ฉันเชื่อว่ามันไม่ใช่อาการที่ต้องการจะเปิดเผยตัวไม่อยากให้ใครได้รู้ได้เห็น
ความสุขเกิดขึ้นได้ในมุมเงียบๆ และปราศจากการครอบครอง
ความรักแบบเงียบกริบสอนให้คนปล่อยวางและหัวใจอ่อนโยน
ไม่ปรารถนาอะไรมากไปกว่าการได้รัก
และมากที่สุดก้อคงจะเป็นแค่ให้อีกฝ่ายได้รับรู้ว่า
..."รัก"…
เท่านั้นเองที่ความรักต้องการ...
คงเหมือนกับไม้ขีดไฟแอบหลงรักดอกทานตะวัน
สุดท้ายมันก้อต้องการแค่เพียงแค่ให้ดอกทานตะวันหันมองแสงอันน้อยนิดของมัน...
แม้จะเป็นแสงสุดท้ายที่ถูกจุดขึ้นเพื่อดับลงตลอดกาลก้อตาม
เชื่อไหม???...
ฉันเคยรู้จักคนๆ นึงที่แอบรักใครอีกคนได้นานเป็นปีๆ
โดยไม่เคยแสดงตัวต่อความรักของเขา
หญิงสาวใช้โทรศัพท์เป็นสื่อแสดงความรู้สึกตลอดมา
ทุกคืน...เธอจะยกหูโทรหาเขา แม้บางครั้งด้วยคำพูดสั้นๆ แค่ว่า
"นอนหลับฝันดี" เท่านั้นก้อตาม
ชายหนุ่มไม่เคยเห็นหน้าเธอ
ทั้งที่ความเป็นจริงนั้นเธออยู่รอบตัวเค้าตลอดเวลา
...เธอเคยเดินผ่านเขาใกล้กันแค่เอื้อมมือคว้า
แต่เขาไม่รู้จักเธอ...
...เธอเคยสบตาเขา แต่เขาไม่เห็นแววตาเธอ...
...เธอเคยยืนตรงหน้าเขาแล้ว (แอบ) ฟังเขาพูดคุยกับเพื่อนของเขา
แต่เค้าไม่ได้พูดกับเธอ...
ทั้งหมดเป็นความสุขของหญิงสาว...
"สุขที่ได้เห็นเขาโดยที่เขาไม่จำเป็นจะต้องเห็นเธอ"
การติดต่อของเค้าและเธอสิ้นสุดลง
ในวันที่ชายหนุ่มมีคนรักที่แสดงตัวอย่างชัดเจน
เค้าเลือกที่จะรักคนอื่นเพราะในความคิดของเค้า
...หญิงสาวไม่มีตัวตน...
หญิงสาวห่างออกมาไม่อนุญาตให้ตัวเองเข้าใกล้เค้าอีก
เธอคำนึงถึงความถูกต้องและ...ทุกอย่างย่อมมีเจ้าของเมื่อถึงเวลา
...ความรักของเธอบริสุทธิ์เกินกว่าจะทำร้ายใคร...
ในเมื่อชายหนุ่มเลือกที่ปักดอกไม้อื่นลงบนแจกันของเค้า
ต่อให้เธอสวยงามกว่าดอกไม้ดอกนั้นเพียงใด เธอก้อไม่อาจแสดงตัวได้...
แต่เธออนุญาตหัวใจให้รักเค้าได้เท่าเดิมและคงจะไม่มากไม่น้อยไปกว่านี้
เพราะ "รักแท้" สอนให้เธอมีความสุขได้
แม้ "ไม่ได้เป็นเจ้าของ" หรือ "ถูกครอบครอง"
และ "รักแท้" นี่เองที่จะทำให้ดอกไม้อย่างเธอไม่มีวันแห้งเหี่ยว
"แม้ว่าเธอจะเป็นดอกไม้ไร้ชื่อ...
ที่ไร้แจกันตลอดไป...ก้อตาม"
เครดิต Forward เมล ครับ
ฉันชอบความรู้สึกของการได้ "แอบรัก" ใครซักคน
หนึ่งชีวิตของคนเราถ้าได้รู้สึกถึง... "ความรักแบบไม่ครอบครอง" บ้าง ก้อคงจะดีไม่น้อย
โลกคงไม่วุ่นวายไม่ยื้อแย่งไม่ครอบครอง
และความรักก้อคงจะไม่ "เห็นแก่ตัว" อย่างที่ดำเนินอยู่
ขึ้นชื่อว่า "แอบรัก" แล้วล่ะก้อ...
ฉันเชื่อว่ามันไม่ใช่อาการที่ต้องการจะเปิดเผยตัวไม่อยากให้ใครได้รู้ได้เห็น
ความสุขเกิดขึ้นได้ในมุมเงียบๆ และปราศจากการครอบครอง
ความรักแบบเงียบกริบสอนให้คนปล่อยวางและหัวใจอ่อนโยน
ไม่ปรารถนาอะไรมากไปกว่าการได้รัก
และมากที่สุดก้อคงจะเป็นแค่ให้อีกฝ่ายได้รับรู้ว่า
..."รัก"…
เท่านั้นเองที่ความรักต้องการ...
คงเหมือนกับไม้ขีดไฟแอบหลงรักดอกทานตะวัน
สุดท้ายมันก้อต้องการแค่เพียงแค่ให้ดอกทานตะวันหันมองแสงอันน้อยนิดของมัน...
แม้จะเป็นแสงสุดท้ายที่ถูกจุดขึ้นเพื่อดับลงตลอดกาลก้อตาม
เชื่อไหม???...
ฉันเคยรู้จักคนๆ นึงที่แอบรักใครอีกคนได้นานเป็นปีๆ
โดยไม่เคยแสดงตัวต่อความรักของเขา
หญิงสาวใช้โทรศัพท์เป็นสื่อแสดงความรู้สึกตลอดมา
ทุกคืน...เธอจะยกหูโทรหาเขา แม้บางครั้งด้วยคำพูดสั้นๆ แค่ว่า
"นอนหลับฝันดี" เท่านั้นก้อตาม
ชายหนุ่มไม่เคยเห็นหน้าเธอ
ทั้งที่ความเป็นจริงนั้นเธออยู่รอบตัวเค้าตลอดเวลา
...เธอเคยเดินผ่านเขาใกล้กันแค่เอื้อมมือคว้า
แต่เขาไม่รู้จักเธอ...
...เธอเคยสบตาเขา แต่เขาไม่เห็นแววตาเธอ...
...เธอเคยยืนตรงหน้าเขาแล้ว (แอบ) ฟังเขาพูดคุยกับเพื่อนของเขา
แต่เค้าไม่ได้พูดกับเธอ...
ทั้งหมดเป็นความสุขของหญิงสาว...
"สุขที่ได้เห็นเขาโดยที่เขาไม่จำเป็นจะต้องเห็นเธอ"
การติดต่อของเค้าและเธอสิ้นสุดลง
ในวันที่ชายหนุ่มมีคนรักที่แสดงตัวอย่างชัดเจน
เค้าเลือกที่จะรักคนอื่นเพราะในความคิดของเค้า
...หญิงสาวไม่มีตัวตน...
หญิงสาวห่างออกมาไม่อนุญาตให้ตัวเองเข้าใกล้เค้าอีก
เธอคำนึงถึงความถูกต้องและ...ทุกอย่างย่อมมีเจ้าของเมื่อถึงเวลา
...ความรักของเธอบริสุทธิ์เกินกว่าจะทำร้ายใคร...
ในเมื่อชายหนุ่มเลือกที่ปักดอกไม้อื่นลงบนแจกันของเค้า
ต่อให้เธอสวยงามกว่าดอกไม้ดอกนั้นเพียงใด เธอก้อไม่อาจแสดงตัวได้...
แต่เธออนุญาตหัวใจให้รักเค้าได้เท่าเดิมและคงจะไม่มากไม่น้อยไปกว่านี้
เพราะ "รักแท้" สอนให้เธอมีความสุขได้
แม้ "ไม่ได้เป็นเจ้าของ" หรือ "ถูกครอบครอง"
และ "รักแท้" นี่เองที่จะทำให้ดอกไม้อย่างเธอไม่มีวันแห้งเหี่ยว
"แม้ว่าเธอจะเป็นดอกไม้ไร้ชื่อ...
ที่ไร้แจกันตลอดไป...ก้อตาม"
เครดิต Forward เมล ครับ
รักคือ.........
29 ประโยคดีๆ ของคำว่ารัก
1. คนที่บอกว่าตัวเองมี"รักแท้" คือคนที่ไม่รู้จัก คำว่า “รัก" เลย
2. ถ้าสีต่างๆคือตัวแทนของความรู้สึก ความรักที่บริสุทธิ์ ไม่ใช่ความรักที่ไม่มีสี แต่กลับเป็นสิ่งที่มีสีเยอะที่สุดบนโลก
3. ถ้าแผ่น VCD คือ ความรัก คงจะไม่มีเทคโนโลยีใดๆบนโลกที่จะ อ่านมันได้เข้าใจที่สุด
4. ความรักจะกลายเป็นสิ่งไร้ค่า ถ้าเอามาเป็นตัวแทนของคำโกหก
5. ถ้าเสตอริโอ เป็นความรักของคนคนหนึ่งที่มีให้คุณ จงจำไว้ว่า ถ้าตราบใดที่ คุณ ยังไม่เปิด Volume คุณจะไม่มีวันรู้เลยว่าจริงๆแล้วเขารักคุณหรือไม่
6. ความรักเป็นบ่อเกิดของความเกลียด แต่จงจำไว้ ถ้าไม่มีเกลียด ก็จะไม่มีรัก
7. Sex ไม่ใช่การแสดงออกของความรัก แต่เป็นเพียงส่วนประกอบส่วนหนึ่งของความรักเท่านั้น
8. ทุกครั้งที่คุณด่าคนที่แอบรักคุณว่า "โง่" คุณรู้ไหมว่า คุณ โง่ กว่าเขา 10 เท่า
9. "คนรักกัน" ก็เหมือนไม้บรรทัด ที่ ทั้งสองด้านมี เรา และ เขายืนอยู่ ถ้าไม่ลองเดินเข้าหากัน มันก็เป็นแค่ "คนที่เห็นหน้ากัน" เท่านั้น
10. ถ้าความรักเปรียบได้ดั่งไม้บรรทัด ที่ทั้งสองด้านมี เราและ เขายืนอยู่ จงเดินเข้าหากันในระยะที่เท่ากัน อย่าทำให้ความสมดุลของความรัก ต้องหักลง
11. ในช่วงเวลาที่คุณยืนอยู่คนละด้านของไม้บรรทัดแห่งความรัก.. จงตะโกนใส่เขาเสียบ้าง ให้เขาได้รู้ว่าคุณยังอยู่ตรงนี้ อยู่บนไม้บรรทัดแห่งความรักของกันและกัน
12. ในห้องนอนห้องหนึ่ง ถ้าคุณผู้ชายบอกเหล่าคุณผู้หญิงว่า "รักแล้วให้ไม่ได้หรอ?" จงจำไว้ว่า มัน "อาจ" จะเป็นการให้ความรักของเขา กลับคืนสู่เขาตลอดไปก็ได้
13. หัดเชื่อในลมปากของคำโกหกที่เบาๆ ดีกว่าต้องมาเจอการกระทำที่ร้ายแรง
14. ชีวิตที่ยังมีความหวัง ก็เปรียบได้กับ กลีบ ดอกไม้ ที่ยังล่องลอยอยู่ในอากาศได้ เพราะสายลมที่ชื่อว่า "รัก"
15. ทุกครั้งที่ผู้หญิงคนหนึ่งเสียความบริสุทธิ์ ให้แก่ผู้ชาย จงจำไว้ว่า ได้เกิดการสูญเสียของสิ่งที่ชื่อว่า "ความไม่ไว้วางใจ" ไปแล้ว และ "ความไว้วางใจ" ได้เข้ามาแทนที่ในหัวใจของผู้หญิงคนนั้นแล้ว
16. และถ้าเมื่อไหร่ ที่ความ "ไว้วางใจ" นั้นถูกหักหลังลงอย่างร้ายกาจ... สิ่งสุดท้ายที่จะเข้ามาแทนที่ คือ "ความเสียใจอย่างสุดจะหามิได้" นั่นเอง
17. คนที่คุณรัก อาจไม่ใช่คนที่รักคุณมากที่สุดบนโลกใบนี้
18. ในช่วงเวลา 1 วินาทีที่คุณคิดจะนอกใจ... เท่ากับคุณกำลังจะให้คนที่รักคุณคนหนึ่งต้องเสียใจไป 1 ปี
19. ความรักไม่มีนิยามที่ตายตัว ตั้งแต่วันแรกที่มันกำเนิดขึ้นมาบนโลกแล้ว
20. ถ้าใครที่บอกว่า มันผู้นั้นคือผู้ที่เข้าใจในความรักมากที่สุด คนผู้นั้น ไม่เคยเข้าใจในอะไรเลย
21. ความรักไม่มีนิยาม แต่มีความหมาย หลากร้อยหลายพัน Species
22. ไม่มีใครบนโลกสามารถให้นิยามแก่ความรักได้ แต่ ให้นิยามแก่ความรักของ "ตนเอง" ได้
23. โชคชะตา ไม่ได้เป็นส่วนประกอบที่ทำให้เกิดความรัก แต่เป็นสิ่งที่ทำให้ความรัก โผล่ขึ้นมาให้คุณได้เห็น
24. พรหมลิขิต เขียนทุกอย่างขึ้นมาในชีวิตคุณ แต่มันไม่อาจเขียนให้คุณรักใครได้
25. โชคชะตา กัน พรหมลิขิต เป็นแค่สองสิ่งที่มารวมกัน เพื่อให้คนสองคนได้เจอกันเท่านั้น
26. ความรักสามารถเป็นอะไรก็ได้ที่คุณอยากให้เป็น แค่เพียงคุณจะนึกถึงมันออก
27. 99.99% ของผู้ชายบนโลก รักผู้หญิงที่ภาพรวม ไม่ใช่ความรู้สึก และนิสัย หรือรูปร่างเพียงอย่างเดียว
28. 99.99% ของผู้หญิงบนโลก ที่จะไม่รักผู้ชายที่ไม่มีอะไรเลย ให้เธอ
29. แก้วน้ำ คือตัวอย่างของความรักที่ไม่มีวันเต็ม
เรื่องมันเศร้า...
กลอนอกหัก
คนบางคน.. ได้รักได้รู้จักกับใครสักคน แต่แล้วก็มีอันทำให้คนสองคนเป็นได้แค่เพียงเส้นขนาน ที่ไม่อาจบรรจบลงเอยกันได้ ด้วยเพราะใครสักคนอาจมีพันธะกับคนอีกคนก่อนอยู่แล้ว โดยไม่เคยบอกกล่าว...
คนบางคน.. เลือกที่จะเป็นเพียงเส้นขนานกับใครสักคน แม้ต้องแบกรับความรักที่ท่วมท้นในใจอย่างเจ็บปวด เงียบๆเพียงลำพัง แต่ด้วยตระหนักว่า การเป็นเพียงเส้นขนานกันในวันนี้ แม้จะทุกข์เพราะรักมักอยากอยู่ชิดใกล้กับคนที่รัก
คนบางคน.. ยึดมั่นในความรักแต่หากยึดมั่นในความถูกต้องเช่นเดียวกัน บนเส้นขนานที่อาจดูอ้างว้าง เจ็บปวดและว้าเหว่ สับสนและปวดร้าวในใจ แต่บนเส้นขนานที่เดียวดายเส้นนี้
คนบางคน.. เรียนรู้ เข้าใจในความรักมากขึ้นว่า ความรักหากได้มาด้วยการรดน้ำพรวนดินด้วยความผิดหรือการแย่งชิง กิ่งก้านที่แตกดอกออกผล ล้วนแล้วแต่ คือร่องรอยของความเจ็บปวดและความทุกข์
คนบางคน.. ยังคงยืนหยัด กับวันเวลาบนเส้นขนานสายนี้ที่เลือกแล้ว ด้วยเพราะความรักและใครสักคนยังคงอยู่ในใจตลอดเวลา อยู่กับคืนวันที่ผ่านไปและกับความทรงจำครั้งหนึ่งในชีวิต บนเส้นขนานที่เดียวดายเส้นนี้ วันหนึ่ง อาจมีใครสักคนร่วมทาง อาจเป็นใครคนเดิม อาจไม่ใช่หรืออาจไม่มี
คนบางคน.. อกกับตัวเองอย่างมีเกียรติและภาคภูมิใจว่า "เราได้ทำในสิ่งที่ถูกต้องที่สุดแล้ว" เพียงแค่นี้ ความสุขบนเส้นขนานก็ดูจะไม้ร้างลาและเดียวดายอย่างแน่นอน อาจดูเป็นเรื่องง่ายๆที่จะทำ แต่ไม่ง่ายนักกับการลงมือทำ แต่ก็ไม่ยากเกินไปที่จะทำ ขอเพียงไม่ตามใจตัวเองอย่างเพลิดเพลิน
คนบางคน.. ก็รู้ว่าตัวเองทำได้ ในชีวิตของคนเรา เราอาจเคยเป็นทั้งผู้เลือกและผู้ถูกเลือก จะช้าหรือเร็ว จะมากหรือน้อย สักวันเราก็ต้องเลือก หากมีโอกาสได้เลือก จงเลือกให้รอบคอบและถูกต้องที่สุด อาจไม่ดีที่สุดสำหรับทุกคน แต่อย่างน้อยเราก็ได้เลือกอย่างถูกต้องที่สุดแล้ว
คนบางคน.. ได้รักได้รู้จักกับใครสักคน แต่แล้วก็มีอันทำให้คนสองคนเป็นได้แค่เพียงเส้นขนาน ที่ไม่อาจบรรจบลงเอยกันได้ ด้วยเพราะใครสักคนอาจมีพันธะกับคนอีกคนก่อนอยู่แล้ว โดยไม่เคยบอกกล่าว...
คนบางคน.. เลือกที่จะเป็นเพียงเส้นขนานกับใครสักคน แม้ต้องแบกรับความรักที่ท่วมท้นในใจอย่างเจ็บปวด เงียบๆเพียงลำพัง แต่ด้วยตระหนักว่า การเป็นเพียงเส้นขนานกันในวันนี้ แม้จะทุกข์เพราะรักมักอยากอยู่ชิดใกล้กับคนที่รัก
คนบางคน.. ยึดมั่นในความรักแต่หากยึดมั่นในความถูกต้องเช่นเดียวกัน บนเส้นขนานที่อาจดูอ้างว้าง เจ็บปวดและว้าเหว่ สับสนและปวดร้าวในใจ แต่บนเส้นขนานที่เดียวดายเส้นนี้
คนบางคน.. เรียนรู้ เข้าใจในความรักมากขึ้นว่า ความรักหากได้มาด้วยการรดน้ำพรวนดินด้วยความผิดหรือการแย่งชิง กิ่งก้านที่แตกดอกออกผล ล้วนแล้วแต่ คือร่องรอยของความเจ็บปวดและความทุกข์
คนบางคน.. ยังคงยืนหยัด กับวันเวลาบนเส้นขนานสายนี้ที่เลือกแล้ว ด้วยเพราะความรักและใครสักคนยังคงอยู่ในใจตลอดเวลา อยู่กับคืนวันที่ผ่านไปและกับความทรงจำครั้งหนึ่งในชีวิต บนเส้นขนานที่เดียวดายเส้นนี้ วันหนึ่ง อาจมีใครสักคนร่วมทาง อาจเป็นใครคนเดิม อาจไม่ใช่หรืออาจไม่มี
คนบางคน.. อกกับตัวเองอย่างมีเกียรติและภาคภูมิใจว่า "เราได้ทำในสิ่งที่ถูกต้องที่สุดแล้ว" เพียงแค่นี้ ความสุขบนเส้นขนานก็ดูจะไม้ร้างลาและเดียวดายอย่างแน่นอน อาจดูเป็นเรื่องง่ายๆที่จะทำ แต่ไม่ง่ายนักกับการลงมือทำ แต่ก็ไม่ยากเกินไปที่จะทำ ขอเพียงไม่ตามใจตัวเองอย่างเพลิดเพลิน
คนบางคน.. ก็รู้ว่าตัวเองทำได้ ในชีวิตของคนเรา เราอาจเคยเป็นทั้งผู้เลือกและผู้ถูกเลือก จะช้าหรือเร็ว จะมากหรือน้อย สักวันเราก็ต้องเลือก หากมีโอกาสได้เลือก จงเลือกให้รอบคอบและถูกต้องที่สุด อาจไม่ดีที่สุดสำหรับทุกคน แต่อย่างน้อยเราก็ได้เลือกอย่างถูกต้องที่สุดแล้ว
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)













